ย้อนรอยตำนานไทยลีก

ย้อนรอยตำนานไทยลีก ศรายุทธ ชัยคำดี ดาวยิง 100 ประตู คนที่สอง

ย้อนรอยตำนานไทยลีก ศรายุทธ ชัยคำดี ดาวยิง 100 ประตู คนที่สอง ครั้งหนึ่งเขาคือสุดยอดดาวยิงไทยลีกกับฉายา “โจ้ 5 หลา” ที่ซัลโวประตูจนเป็นผู้เล่นยิงครบ 100 ประตู คนที่สองในประวัติศาสตร์

“โจ้” ศรายุทธ ชัยคำดี ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก โดยเฉพาะแฟนบอลยุคแรกของไทยพรีเมียร์ลีก ที่กำลังบูมสุดขีด โดย โจ้ หรือฉายา โจ้ 5 หลา เป็นชาวขอนแก่น ด้วยฐานะทางบ้านตลอดจนระบบสโมสรฟุตบอลในอดีตไม่ได้มีความเพียบพร้อมเปิดทางสู่นกเตะอาชีพ ทำให้เขาต้องดิ้นรนเพื่อพาตัวเองไปสู่สิ่งที่ฝันไว้ นั่นคือการเป็นนักฟุตบอล และลงเล่นในฐานะนักเตะทีมชาติไทย

เมื่อตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เขาเดินทางเข้าเมืองกรุงเพื่อคัดเลือกเป็นนักฟุตบอลเยาวชนรายการ ควีนส์คัพของสโมสรทหารอากาศ นับเป็นก้าวแรกที่ทำให้ประตูสู่แข้งอาชีพเปิดขึ้น หลังได้โชว์ฝีเท้าในระดัับเยาวชนจนเป็นที่น่าจับตามอง การท่าเรือ เอฟซี จึงคว้าตัวไปร่วมทีม และเป็นครั้งแรกของเขากับฟุตบอลระดับอาชีพ

ก่อนจะเดินหน้ายิงประตูต่อเนื่อง และคว้าดาวซัลโวลีกสูงสุดของประเทศอย่างไทยลีก ฤดูกาล 2545/46 ด้วยผลงาน 12 ปีะตู พา สิงห์เจ้าท่า จบอันดับ 3 ของตาราง ยิ่งกว่านั้นยังสามารถก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ปี พ.ศ. 2546 ที่ประเทศเวียดนาม และถือเป็นรายการแจ้งเกิดของเขากับทีมชาติไทย เมื่อต่อยอดคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ พร้อมกับคว้าตำแหน่งดาวซัลโวประจำทัวนาเมนต์ไปครองจากผลงาน 9 ประตู

ด้วยลีลาจากการจบสกอร์ที่คมกริบ โดยเฉพาะระยะ 5 หลา ที่แทบไม่พลาด ทำให้เขาได้รับฉายา “โจ้ 5 หลา” โดยในการแข่งขันไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก 2547/48 ศรายุทธ ซัดไปอีก 10 ประตู คว้าตำแหน่งดาวซัลโวประจำไทยลีกได้อีก 1 สมัย และพาสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 4 ด้วยผลงานสุดร้อนแรง เขาได้รับข้อเสนอจาก บินหิ์ ดินห์ทีมในศึกวีลีก เวียดนาม ยุครุ่งเรือง ทาบทามไปร่วมทัพ ก่อนจะตัดสินใจไปวาดลวดลายที่นั่นช่วงหนึ่งจนหมดสัญญา และย้ายกลับมาช่วย การท่าเรือ หนีตกชั้นได้สำเร็จ และย้ายไป โอสถสภา ในปีถัดมา

หลังจากนั้นเขาย้ายกลับมา การท่าเรือ เอฟซี อีกครั้งในยุค โค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ คุมทัพ และยังคงเดินหน้าถล่มประตู ต่อเนื่อง พร้อมมีส่วนพาทีมคว้าแชมป์โตโยต้า ลีกคัพ 2010 และได้รบเลือกเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์อีกด้วย ศรายุทธ อำลาก สิงหืเจ้าท่า อีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาย้ายไปร่วมทีมใหญ่อย่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน)

โดยฤดูกาลสุดท้ายกับ เดอะ แรบบิท เขายิงไปทั้งสิ้น 18 ประตู แบ่งเป็นในลีก 15 ประตู เอฟเอ คัพ 1 ประตู และลีก คัพ อีก 2 ประตู ก่อนจะอำลาทีมในปี 2011 หลังจากนั้นย้ายไปเล่นอีกหลายสโมสรทั้ง  อาร์มี ยูไนเต็ด, บางกอก เอฟซี, บีอีศี เทโรศาสน, สมุทรสงคราม เอฟซี, ศรีสะเกษ เอฟซี, แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี

ฤดูกาล 2016 ศรายุทธ ย้ายกลับบ้านเกิดเพื่อค้าแข้งกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ในเล่นอยู่ในดิวิชั่น 1 แต่น่าเสียดายที่ทีมถูกสมาคมกีฬาฟุตบอล สั่ังแบน และปรับตกชั้น ส่งผลให้ย้ายไปอยู่กับ ชัยนาท ฮอร์นบิล ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้ายของเขาในเส้นทางฟุตบอลอาชีพ

“ผมขอขอบคุณสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยและทีมชาติไทย ขอบคุณสโมสรทุกสโมสรที่ผมเคยรับใช้ ขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่ทำให้แฟนบอลรู้จักโจ้5หลา ขอบคุณครอบครัวชัยคำดีทุกคนที่คอยผลักดันและให้กำลังใจมาตลอด ขอบคุณภรรยาที่คอยอยู่เคียงข้าง”

“..ผมนายศรายุทธ ชัยคำดี(โจ้5หลา) ขอยุติการเป็นนักฟุตบอลอาชีพตั้งแต่นี้เป็นต้นไปครับ ขอขอบคุณอีกครั้งครับ”ศรายุทธ ส่งข้อความทิ้งท้าย ก่อนประกาศอำลาอาชีพนักฟุตบอลอย่างเป็นทางการ

หลังแขวนสตั๊ดเขายังคงอยู่กับฟุตบอลในเส้นทางโค้ชกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด , บ้านค่าย ยูไนเต็ด และเคยรับตำแหน่งประธานเทคนิค ศรีสะเกษ เอฟซี โดยตลอดระยะเวลา 16 ปี ของอาชีพนักฟุตบอล เขาเคยคว้าดาวซัลโวไทยลีก 2 สมัย และเป็นผู้เล่นที่ยิงครบ 100 ประตู คนที่สองต่อจาก พิภพ อ่อนโม้

ส่วนในทีมชาติก็ยิงไป 26 ประตู จากการรับใช้ทีมตั้งแต่ปี 2003-2008 พาช้างศึกคว้าแชมป์ซีเกมส์ ปี 2003 ที่เวียดนาม พร้อมตำแหน่งดาวซัลโว รวมถึงยังเคยคว้าแชมป์คิงส์คัพ 1 สมัย ทั้งหมดนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดเท่าที่ไทยลีกเคยมีมา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *